กฎการไดเอ็ต







กฎการไดเอ็ด 10 ข้อดังต่อไปนี้

1.ตามใจตัวเองสักหนึ่งวันต่อสัปดาห์
     หากรับประทานอาหารเข้าไปพร้อมกันจำนวนมาก ปริมาณน้ำตาลในเลือดจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การเคี้ยวให้ละเอียดจะช่วยทำให้อิ่มท้องเร็วขึ้น และป้องกันไม่ให้รับประทานอาหารมากเกินไป ลองเลือกข้าวกล้องที่มีเส้นใยอาหารมากกว่าข้าวขาว ยิ่งทำให้ใช้เวลาเคี้ยวนานขึ้น

2. ถ่ายรูปอาหารเก็บไว้เพื่อตรวจสอบเมนูอาหารสำหรับรับประทานนอกบ้าน
     ลองทำอาหารตัวอย่างด้วยตัวเองและถ่ายรูปเซฟไว้ในโทรศัพย์มือถือ แค่นี้ก็สามารถเลือกกอาหารได้อย่างสมดุลโดยเปรียบเทียบภาพกับเมนูอาหารของร้านต่างๆ แค่ถ่ายรูปอาหารที่กินในแต่ละวัน แล้วลองเปรียบเทียบระหว่างวันที่กินเยอะเกินไปกับวันที่รักษาสมดุลได้ดี 







3. พยายามเลือกไขมันคุณภาพดี
      ไขมันคือสารอาหารที่จำเป็นต่อโครงสร้างของเซลล์และฮอร์โมน แถมยังช่วยควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือดให้กลับสู่ภาวะปกติ ไขมันในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยสร้างพลังงาน จุงเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการสร้างร่างกายที่ผอมเพรียว ควรเลือกน้ำมันมะกอกหรือน้ำมัน EPA ,DHA ซึ่งมีอยู่ในปลา รวมถึงไขมันที่มีส่วนผสมของโอเมก้า 3 หรือโอเมก้า 9 พยายามหลีกเลี่ยงไขมันจากสัตว์หรือน้ำมันสกัด


4. รับประทานของว่างวันละ 2 ครั้งเพื่อไม่ให้ท้องว่าง
      เมื่อท้องว่าง ปริมาณน้ำตาลในเลือกจะต่ำลงทำให้เผลอกินมื้อถัดไปโดยไม่รู้ตัว ควรรับประทานอาหารว่างระหว่างมื้อ ในกรณีที่เวลาห่างกันมากกว่า 5 ชั้วโมงขึ้นไป แนะนำให้รับประทาน 2 ครั้ง นั้นคือระหว่างอาหารมื้อกลางวันและมื้อเย็น และระหว่างมื้อเย็นกับช่วงก่อนนอนเพื่อป้องกันไม่ใช้น้ำตาลในเลือกลดลงต่ำระหว่างนอนหลับ อาหารที่ดีคือกลุ่มอาหารประเภทโปรตีนและมีปริมาณพอเหมาะ






5. ผักที่มีน้ำตาลสูงจัดเป็นอาหารประเภทเดียวกับข้าว
      ผักจำพวกหัวมัน เช่น มันฝรั่ง ฟักทอง หรือข้าวโพดอุดมด้วยน้ำตาลปริมาณมาก อย่าคิดว่าผักเหล่านี้เป็นผัีก แต่ให้จัดอยู่ในอาหารประเภทแป้ง อย่าเลือกสลัดมันฝรั่ง หรือสลัดข้าวโพดเมื่อรู้สึกว่ามื้อนี้ผักน้อยไป มันฝรั่ง 1 หัวมีน้ำตาลปริมาณเท่ากับข้าว 1 ถ้วย ถึงแม้จะเป็น สลัด เหมือนกัน แต่อย่าลืมว่านั้นคือแป้ง ต้องควบคุมปริมาณให้ดี

6. ค่อยๆเคี้ยว และ รับประทานอย่างช้าๆ
      หากรับประทานอาหารเข้าไปพร้อมกันจำนวนมากปริมาณน้ำตาลในเลือดจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การเคี้ยวให้บะเอียดจะช่วยทำให้อิ่มท้องเร็วขึ้นและป้องกันไม่ให้รับประทานมากเกินไป ลองเลือกข้าวกล้องที่มีเส้นใยอาหารมากกว่าข้าวขาว ยิ้งทำให้ใช้เวลาเคี้ยวนานขึ้น






7. จำปริมาณ "ค้อน" กับ "กระดาษ" ให้แม่น
      ควรกะปริมาณอาหารประเภทแป้งและเนื้อสัตว์ให้ถูก จะได้ปรุงแต่พอดี และไม่เผลอรับประทานมากเกินไป เวลาซื้ออาหารกลับบ้านก็เหมือนกัน ฉลากอาหารสำเร็จรูปในร้านสะดวกซื้อมักระบุปริมาณวัตถุดิบที่ใช้เอาไว้ ช่วยให้กะปริมาณได้ง่ายขึ้น ส่วนอาหารประเภทผักกินเยอะหน่อยก็ไม่เป็นไร



8. รับประทานตามลำดับ
      อย่ากินข้าวพร้อมเนื้อหรือผัก ให้กินผักให้หมดก่อน ตามด้วยเนื้อสัตว์ และตบท้ายด้วยแป้ง คาร์โบไฮเดรตในอาหารประเภทแป้งทำมห้ปริมาณน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น และนั่นคือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้อ้วนขึ้น จึงต้องป้องกันไม่ให้ปริมาณน้ำตาบในลเือดเพิ่มขึ้นกะทันหัน แถมวิธีนี้ยังทำให้อิ่มท้อง ป้องกันการับประทานมากเกินไป ยิงนกทีเดียวได้ถึงสองตัว


* เริ่มจากผักที่อุดมด้วยเส้นใยอาหาร เส้นใยอาหารช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลได้ช้าลง เราจึงต้องกินผักที่อุดมด้วยเส้นใยอาหารเข้าไปก่อน นอกจากนี้การกินผักปริมาณมากตั้งแต่ต้นยังช่วยให้อิ่มท้องเร็วขึ้นด้วย

* ยิ่งไดเอ็ดก็ต้องยิ่งกินโปรตีน โปรตีนในเนื้อสัตว์เป็นสารอาหารที่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อถ้าคุณอยากมีหุ่นดี ต้องรับประทานโปรตีนอย่าให้ขาดร่างกายต้องให้เวลาในการย่อยโปรตีน จึงช่วยให้อยู่ท้องได้นาน

* ชะลอการเพิ่มระดับของน้ำตาลในเลือด กินอาหารจำพวกแป้งที่ประกอบด้วยน้ำตาลจำนวนมากเป็นสิ่งสุดท้ายเพื่อชะลอการเพิ่มระดับของน้ำตาลในกระแสเลือด การรับประทานผักและเนื้อสสัตว์ก่อนจะช่วยให้อิ่มท้อง ไม่รู้สึกหิวแม้จะรับประทานแป้งน้อยลงก็ตาม






9. กะปริมาณแป้ง : เนื้อหรือปลา : ผักให้เท่ากับ 1:2:3 ด้วยสายตา
      วิธีไดเอ็ดแบบบซิลล์ๆด้วยการลดคาร์โบไฮเดรตเป็นวิธีการง่ายๆที่ใครๆก็ทำได้อย่างต่อเนื่อง มีพื้นฐานมาจากแนวคิดเรื่อง "โซนไดเอ็ด" ซึ่งเกิดขึ้นในประเทศอเมริกาช่วงปี 1980 วิธีนี่แบ่งอาหารออกเป็นประเภทข้าง(แป้ง) ประเภทเนื้อหรือปลา และประเภทผะก ใช้การกะสัดส่วนของอาหาร 3 ประเภทด้วยสายตาเท่านั้นไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้หรือการคำนวนที่วุ่นวาย

10. แบ่งปริมาณอาหารเป็น "ค้อน" "กระดาษ" และ "สองมือ"
      กะปริมาณอาหารจากขนาดมือของตัวเอง ให้รับประทานอาหารจำพวกแป้งเท่า "ค้อน" (กำปั้น) รับประทานเนื้อสัตว์เท่า "กระดาษ" และรับประทานผักเท่า "ภูเขาบนสองมือ" เพียงกะปริมาณอาหารหลังปรุงเสร็จคร่าวๆก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องคำนวณปริมาณแคลอรี แค่ใช้สายตากะปริมาณอย่างรวดเร็วก็ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างสมดุลแล้ว สิ่งที่สำคัญคือการรับประทานเนื้อที่มีโปรตีนให้ครบทุกมื้อ ปริมาณมากเกินไปหรือน้อยเกินไปก็ไม่ดีทั้งนั้น ต้องรับประทานให้พอดี